
สวัสดีครับ หายไปย่อยสลายความรู้ที่อาจารย์ได้ให้มาครับ วันนี้ขอเอาผลงานต่อเนื่องจากคราวที่แล้วมาว่าต่อครับ

ทดลองเอาเศษไม้ MDF มาแกะดูครับลดขนาดลงเหลือประมาณ 7 ซม. แต่เพิ่มสเกลแกน z ให้ดูมีมิติเยอะขึ้น
ภาพด้านขวาจบที่ดอก Engrave ภาพด้านซ้ายจบที่ดอก Ballnose จะเห็นว่าได้รายละเอียดที่ตกหล่นไปกลับมาเยอะเลยครับ

แกะลงบนชิ้นงานจริงครับ แบ่งงานเป็นสองส่วน คือ ไฟล์หุ่นนายแบบ กับ ไฟล์กรอบรอบนอกบวกตัวหนังสือ

อีกมุมหนึ่งครับ

ใจจริงตั้งใจจะทำตัวหนังสือนูนขึ้นมาอย่างนี้ครับ แต่เจอปัญหาต้องถูไถแก้ไปจนได้งานอย่างที่เอามาให้ดูครับ
ผมขอแชร์ประสบการณ์ดังนี้นะครับ
1. งานที่เราออกแบบในอาร์ทแคมจะดูละเอียดกว่างานที่กัดได้จริงเพราะปัจจัยที่มีผลตอนกัดงาน คือ
- ความละเอียดของสเต็ปปิ้งมอเตอร์ (1/2, 1/4, 1/8, หรือมากกว่า) เช่น มอเตอร์ 1.8 องศา จะมี 200 สเต็ป/รอบ ถ้าวิ่งที่ 1/2 จะมี 400 สเต็ป/รอบ ถ้านำไปใช้กับเพลาที่มีขนาดพิท 5 มม. step per จะเท่ากับ 400/5 = 80 นั่นคือ งานของผมจะละเอียดได้สูงสุด 5/80 = 0.0625 มม. ต้องเช็คร่องรอยยักต่างๆว่ามีขนาดโตพอไหม กรณีนี้ รอยหยักของผิวหนังจะไม่สามารถแกะได้
- ดอกกัดที่ใช้มีความละเอียดพอหรือไม่ ผมมีดอกเล็กสุดคือ ดอก engrave 0.1 มม. 10 องศา ดังนั้นรอยยักต้องโตกว่า 0.1 มม.
2. การออกแบบงานควรออกแบบให้เหมาะกับดอกกัดที่เรามี ตัวอักษรนูนที่ผมออกแบบไว้ไม่สามารถแกะได้เพราะไม่ได้คำนึงถึงข้อนี้แหล่ะครับ มันทั้งลึกและแคบ ตอนลงดอกบอล ขนาดกว้าง 2 มม. ยาว 6 มม. หนา 6 มม. เครื่องมันไม่รู้ว่าลงได้ลึกสุดที่ 6 มม. ตัวอักษรหนา 12 มม. มันก็จะลงไปให้ถึง ทำให้บ่าของดอกกัดไปชนกับตัวอักษรที่กัดล้มแตกหมด ผมเลยต้องแก้โดยการเจียร์ดอกให้ยาวขึ้น งานนี้กว่าจะรู้ก็ทำให้งานเสียไปแล้วครับ ต้องเปลี่ยนจากกัดตัวนูนเป็นตัวบุ๋มแทน
เป็นความรู้จากงานนี้ครับขอแชร์ไว้ให้มือใหม่ท่านต่อไปจะได้ระวังไว้ก่อน จุดใดผิดพลาดต้องขอให้ผู้รู้ช่วยแก้ไขให้ด้วยนะครับ อ้อไม่ทราบว่าดอกกัดที่กัดงานลึกได้มีขายไหมครับ อย่างเช่น บอลกว้าง 2 ยาว 15 หนา 6 หรืออะไรประมาณนี้น่ะครับ